วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

สิ่งที่ประทับใจ


ความประทับใจที่สุดของดิฉัน คือ การได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ คณะวิทยาการจัดการ โปรแกรมวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ เข้ามาตอนแรกเลยดิฉันยังไม่ได้สมัครเรียน เพราะตอนนั้นยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนหรือไม่ ตอนนั้นยังอยู่ที่กรุงเทพอยู่เลยยังทำงานอยู่และก็กลับมาในวันเปิดเรียนวันแรกเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากทำตัวไม่ถูกและได้มาเจอกับอธิการบดีเลยได้พูดคุยกับท่าน ท่านให้คำแนะนำดีมากตั้งแต่การไปสมัคร จากนั้นดิฉันจดจำมันมาตลอด และได้มาเจอเพื่อนเก่าๆ ที่จบจากอาชีวะสุรินทร์ และเพื่อนใหม่ๆ ที่นี่ ได้รู้จักกับอาจารย์ท่านอื่นและที่ประทับใจมากๆ ก็คือ ได้อาจารย์ที่ปรึกษาที่ดีมาก ใจดี เป็นกันเอง คอยให้คำแนะนำเสมอมาเป็นที่ปรึกษาให้กับคนทุกคนได้ แต่มีอย่างเดียวที่ปรึกษาไม่ได้ก็คือเรื่องเงิน 555 ล้อเล่นน่ะค่ะ

สินค้าบ้านท่าสว่าง

ผ้าไหมมัดหมี่เชิงแดง(ลูกแก้ว)
ประเภท ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผ้าไหมมัดหมี่เชิงแดง เป็นผ้าไหมที่ผู้ผลิตคิดค้นมาจากการแต่งกายของชาวสุรินทร์ ในพิธีรำสาก ผ้านุ่งที่ใช้แต่นั้นเป็นผ้าไหมมัดหมี่ที่มีการต่อเชิง



ผ้าไหมยกทอง
ประเภท ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผ้ายกทอง คือ ผ้าที่ทอยกลวดลายให้สูงกว่าพื้นผ้า โดยจะมีเส้นยืนและเส้นพุ่งขัดสานกันตามปกติ และมีเส้นพุ่งพิเศษไประหว่างเส้นยืน จึงจะปรากฏลวดลายขึ้นมา



ชุดเครื่องประดับเงินลายโบราณดอกตะเกา
ประเภท ผ้า เครื่องแต่งกาย

ชุดเครื่องประดับเงินลายโบราณ เป็นลายที่เลียนแบบมาจากดอกไม้ชนิดหนึ่งเรียกว่าดอกตะเกาเป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามมีกลิ่นหอมมีอายุราวสมัยพุทธกาล




ผ้าไหมมัดหมี่ยกดอกลายโคมหลวง
ประเภท ผ้า เครื่องแต่งกาย

การทอผ้ายกดอกดำเนินกิจกรรมเมื่อประมาณ 20 ปีแล้ว เริ่มทอครั้งแรกเป็นผ้ายกดอก 10 ตะกอ ต่อมามีการพัฒนาลวดลายและรูปแบบให้มีความสวยงาม ละเอียดอ่อนมากขึ้น



ผ้าไหมมัดหมี่ลายลูกแก้ว
ประเภท ผ้า เครื่องแต่งกาย

จากกลุ่มชาวบ้านที่ทอผ้าไหมลายลูกแก้วจนเป็นที่ยอมรับของตลาดแล้ว ชาวบ้านสวายสามารถนำลายมัดหมี่แล้วนำไปทอยกดอกเป็นลายลูกแก้ว จากความคิดริเริ่มของชาวบ้าน



ผักกาดหวาน,ผักกาดดองสามรส
ประเภท อาหาร

ผักกาดหวานและผักกาดดองสามรส ตราช้างชูผักกาด เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากผักกาดหัวหมักเค็ม ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาชาวบ้านละหึ่ง ม.4 ตำบลนาบัว ได้เริ่มปลูกผัก...




ข้าวหอมมะลิอินทรีย์บัวโคก
ประเภท อาหาร

ราษฎรในหมู่บ้านมีอาชีพหลัก คือ ทำนา ในอดีตใช้บริโภคเอง แต่เนื่องจากราษฎรใช้ปุ๋ยเคมีมาก ทำให้สารพิษตกค้างในนาข้าว ทำให้ผู้บริโภคได้รับสารพิษตกค้าง ในร่...




ดอกกล้วยไม้ซากูระพิงค์
ประเภท ศิลปะประดิษฐ์ และ ของที่ระลึก

เมื่อชาวสวนยางออกไปกรีดยางทุกเช้า เขาสังเกตเห็นว่าใบยางที่ร่วงลงมาแช่อยู่ใน แอ่งน้ำเป็นเวลานานๆ ก็จะเปื่อย แต่ส่วนที่เป็นโครงร่างของใบ ยังคงรูปทรงเป็...









ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง หมู่ 6 และ หมู่ 9 ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์

ปราสาทเมืองต่ำเป็นประสาทอิฐ กำแพงแก้วและซุ้มประตูทำด้วย หินทราย ส่วนกำแพงด้านนอกทำด้วยศิลาแลง เนินปราสาทเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีสระน้ำล้อมรอบ ความเด่นของปราสาทเมืองต่ำ คือ มีการจำหลักส่วนต่าง ๆ ด้วยลวดลายอันประณีตสวยงาม อยู่ใกล้กับโบราณสถานที่สำคัญหลายอย่าง เช่น สระน้ำขนาดใหญ่ที่คนขุดขึ้นในสมัยสร้างปราสาท ซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ 510 เมตร ยาวประมาณ 1090 เมตร ขอบสระกรุด้วยศิลาแลงสอบลงไปถึงพื้นดินเดิม สระนี้มีน้ำขังอยู่ตลอดปี (บริษัทสุรามหาราช จำกัด 2540:229-231)

ที่เรียกชื่อว่า ปราสาทเมืองต่ำ เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่พื้นที่ราบ เมื่อเทียบกับปราสาทเขาพนมรุ้งซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา ปราสาทเมืองต่ำ เป็นศาสนาสถาน ศิลปะขอมแบบบาปวน อายุประมาณ พ.ศ. 1551-1630 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 (กรมศิลปากร 2536:127-130) ลักษณะของปราสาทมีองค์ประกอบ ดังนี้

1. ปรางก่ออิฐ 5 องค์ เรียงเป็น 2 แถว แถวหน้า 3 องค์ แถวหลัง 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานชั้นเดียว แผนผังของปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐขัดเรียบ






แถวหน้า

ปรางค์ประธาน ตั้งอยู่ตรงกลางเยื้องมาข้างหน้าเล็กน้อย ระหว่างปรางค์บริวารทั้งสองมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์บริวารอีก 4 องค์ ทับหลังเป็นหินทราย จำหลักภาพเทวะนั่งยกเข่าซ้ายอยู่บนแท่นเหนือเศียรเกียติมุข ส่วนบนของทับหลังจำหลักภาพฤาษีนั่งประนมมือเป็นแถว จำนวน 7 ตน
ปรางค์ด้านทิศเหนือ มีขนาด 4.40X4.40 เมตร มีประตูทางด้านทิศตะวันออก ทับหลังหินทรายจำหลักภาพพระอิศวรทรงโคนนทิ พระหัตถ์ซ้ายอุ้มนางปราพตี พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูลโคนนทีนี้ยืนอยู่บนแท่นเหนือเศียรเกียรติมุขซึ่งคายท่อนพวงมาลัย ขอบบนสุดจำหลักภาพฤาษีนั่งรัดเข่าประนมมือ จำนวน 10 ตน
ปรางค์ด้านทิศใต้ มีขนาด 4.40X4.40 เมตร มีประตูทางด้านทิศตะวันออก ทับหลังหินทราย จำหลักภาพเทวะนั่งชันเข่าขวาอยู่เหนือเศียรเกียรติมุข ซึ่งคายท่อนพวงมาลัยออกมาทั้งสองข้าง ขอบบนของทับหลังจำหลักภาพฤาษีนั่งจำนวน 9 ตน
แถวหลัง

ปรางค์ด้านทิศเหนือ มีขนาด 4X4 เมตร ประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ทับหลังหินทรายจำหลักภาพพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ
ปรางค์ด้านทิศใต้ มีขนาด 4X4 เมตร ประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ทับหลังหินทรายจำหลักภาพพระอรุณนั่งชันเข่าในซุ้มเหนือแท่นซึ่งมีหงส์ 3 ตัว ยืนแบกอยู่เหนือเศียรเกียรติมุขที่กำลังคายท่อนพวงมาลัยออกมาทั้งสองด้าน

2. ระเบียงคดและซุ้มประตู ก่อด้วยอิฐ มีขนาด ประมาณ 38.60X38.60 เมตร มีซุ้มประตูทั้ง 4 ด้าน ก่อด้วยหินทราย ระเบียงคดนี้ลักษณะเป็นห้องแบบระเบียงคดทั่วไป หลังคาเป็นหินทรายทำเป็นรูปประทุนเรือ มีประตู 3 ด้านพื้นของซุ้มประตูยกสูงขึ้นจากพื้นลานโดยรอบ ประตูกลางซึ่งเป็นประตูหลักมีขนาดประมาณ 2.10X1.15 เมตร ด้านข้างของซุ้มประตูทำเป็นช่องหน้าต่างทึบด้านละ 2 ช่อง ด้านนอกติดลูกกรงลูกมะหวด

ที่หน้าบันซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกด้านนอกจำหลักภาพเทวะนั่งชันเข่า อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เหนือขึ้นไปเป็นนาค 5 เศียรครอบ 2 ชั้น ทั้ง 2 ข้าง ทับหลังหินทรายจำหลักภาพเกียรติมุขคายท่อนพวงมาลัยออกมาทั้ง 2 ข้าง

เสากรอบประตูกลางจำหลักภาพสิงห์ยืนเท้าสะเอวจับพุ่มกนกและโคนเสาเป็นภาพฤาษีนั่งยอง ๆ ประนมมือ
ที่หน้าบันซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกด้านในจำหลักภาพสิงห์ท่ามกลาง ลิง และช้าง ประดับด้วยลวดลายพันธุ์พฤกษา ทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะตอนปราบนาคกาลียะ



3. สระน้ำ ตั้งอยู่ที่ลานขนาด 10X10 เมตร รอบนอกระเบียบคดทั้ง 4 ด้าน สระน้ำทั้ง 4 สระนี้มีขนาดประมาณ 20X40 เมตร กรุพื้นสระด้วยหินทรายซ้อนเป็นชั้น ๆ ปากผายก้นสอบ ที่มุมขอบสระทุกมุมทำเป็นตัวพญานาคชูคอ สองข้างบาทวิถี ระหว่างซุ้มประตูระเบียงคดกับซุ้มประตูกำแพงทุกด้านมีบันไดลงสู่สระน้ำอยู่ทั้งสองข้างทาง เหนือบันไดทำเป็นเสาซุ้มประตูทั้งสองข้างปัจจุบันล้มลงทั้งหมด

4. กำแพงแก้วและซุ้มประตู ตั้งอยู่รอบนอกห่างจากสระน้ำประมาณ 10 เมตร กำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 140X114.50 เมตร บนสันกำแพงเซาะเป็นรางตื้น ๆ สำหรับวางท่อหินสี่เหลี่ยมสี่ด้านทำเป็นซุ้มประตูจตุรมุข มีประตูด้านละ 3 ช่องมุงหลังคาด้วยหินทรายโค้งเป็นรูปประทุนเรือ ทับหลังหินทรายเหนือประตูของซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก จำหลักภาพพระกฤษณะปราบนาคกาลียะที่ซุ้มประตูด้านทิศตะวันตกมีร่องรอยแสดงว่ายังตกแต่งลวดลายไม่เสร็จ ระหว่างประตูทั้ง 3 ช่อง เป็นหน้าต่างหลอกติดลูกกรงลูกมะหวดเลียบกำแพงศิลาแลง มีทางเท้าปูด้วยก้อนศิลาแลง ขนาดกว้าง 1 เมตรรอบทุกด้าน

ทะเลเมืองต่ำ

ทะเลเมืองต่ำ หรือสระบารายที่บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาในสมัยที่สร้างปราสาท อยู่ห่างจากตัวปราสาทเมืองต่ำไปทางทิศเหนือราว 200 เมตร สร้างขึ้นเพื่อการอุปโภค การชลประทานของชุมชน มีขนาดกว้างประมาณ 510 เมตร ยาวประมาณ 1,090 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร ก่อขอบสระด้วยศิลาแลง 3 ชั้น บนขอบสระด้านยาว คือ ด้านทิศเหนือและทิศใต้มีท่าน้ำเป็นชานกว้าง ขนาดกว้างประมาณ 6.90 เมตร ยาว 17 เมตร ปูพื้นด้วยศิลาแลงลาดลงไปยังฝั่งน้ำ ซึ่งก่อบันไดท่าน้ำเป็นทางลงสระรวม 5 ขั้น ท่าน้ำทั้ง 2 ฟากนี้อยู่ในแนวตรงกันประมาณกึ่งกลางของขอบสระ (กรมศิลปากร 2540:70)

บางรายแห่งนี้น่าจะมีทางรับน้ำด้านทิศตะวันตกจากเขาปลายนัด (ไปรนัด) และเขาพนมรุ้ง ตรงบริเวณที่เรียกว่า สะพานขอม และระบายน้ำออกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้



ความโดดเด่นของปราสาทเมืองต่ำ นอกจากจะได้ชมสถาปัตยกรรมและศิลปะที่สวยงามของโบราณสถานแห่งนี้แล้ว ยังได้ชมหมู่บ้านที่ตั้งเรียงรายเป็นกลุ่มอยู่กับปราสาทนี้ด้วย ชาวบ้านอยู่ที่นี่มานานจนมีความรู้สึกว่าปราสาทคือส่วนหนึ่งของชุมชน การดำเนินชีวิตของชาวบ้านโคกเมืองสัมพันธ์กับความงามของปราสาท กลายเป็นความสงบร่มเย็นน่าสนใจไม่น้อย

การเดินทางไปปราสาทเมืองต่ำ ไปได้หลายทาง ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางบุรีรัมย์-นางรอง-พนมรุ้ง เข้าไปปราสาทเมืองต่ำระยะทางแยกเข้าไปประมาณ 83 กิโลเมตร หรือจะไปเส้นทางบุรีรัมย์-ประโคนชัย เข้าประสาทเมืองต่ำ ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือ สายประโคนชัย-บ้านกรวด ซึ่งเป็นเส้นแยกสายตะโก-พนมรุ้ง-ละหานทรายก็ได้